posted on 12 Jan 2009 15:14 by passworld
จิต (MIND) คือสภาวะของการประจักษ์ การรับรู้ (Perception) หมายถึงการรับรู้ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย คืออาการแสดงการได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส และสัมผัส ทำให้เกิดการรับรู้โลกภายนอก ผ่านเข้ามาทางสมองซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งจิตของเรา และยังทำให้เกิดความทรงจำที่มีคุณค่า
ในโลกทุกวันนี้ประกอบด้วยผู้คนมากมาย ถ้าในวันข้างหน้าในทุกครัวเรือนมีอีเมลล์เป็นของตนเอง คงสนุกดี การใช้โพลหรือการเลือกตั้งเราก็เพียงแค่ใช้คีย์บอร์ด และนั่งหน้าจอมอร์นิเตอร์ ก็อาจทำการเลือกตั้งผ่านทางอีเมลล์ได้ ถ้ากฏหมายยินยอมให้ทำไม่ต้องไปวุ่นวายกับการจราจรที่แออัดนอกบ้าน การสื่อสารของทุกครัวเรือนในวันข้างหน้าผู้คนเพียงแค่ส่งกระแสจิต ใช้ความคิดและนั่งคลิ๊กเมาท์ก็สามารถสื่อสารถึงกันและกัน เวลานั้นการรับส่งจดหมายทางไปรษณีย์คงไม่มีอีกต่อไปแล้ว เหมือนกับเรื่องโทรเลขในปัจจุบันที่ไม่มีใครพูดถึง
เราคงได้อ่านหนังสือของ ซิกมันต์ ฟรอยด์ ( Sigmund Freud ) เขาเกิดในครอบครัวชาวยิว ระดับชนชั้นกลาง เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1856 ที่เมืองฟรายเบิร์ก แคว้นโมราเวีย ของอาณาจักรออสเตรีย -ฮังการี ซึ่งเขาได้ให้กำเนิดทฤษฎีจิตวิเคราะห์ และให้ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีของจิตไว้มากมายจนได้รับการยกย่อง
ในสภาวะแห่งจิตนอกจากการรับรู้อารมณ์แล้ว จิตยังมีความทรงจำ (Remembrance) อยู่ด้วย ซึ่งหมายถึงการรับรู้ในการกระทำของตนเอง นอกเสียจากเป็นคนสูญเสียความทรงจำเท่านั้นที่อาจ ไม่รับรู้อะไรเลย การกระทำ (Deed ) และความทรงจำในจิตของเราจะคงอยู่ในการรับรู้ของสภาวะแห่งจิต ในทุกขณะและจะคงอยู่ต่อไปหรือไม่เมื่อทุกอย่างสูญสลาย
ถ้าทุกชีวิตมีสมุดบันทึก เป็นของตนเองที่สามารถบันทึกเรื่องราวของตนเองเอาไว้ทั้งหมด บนเส้นทางของ การเริ่มต้นและสิ้นสุด (Start -Finish) ทุกคนคงจะรับรู้เรื่องราวของตนได้ดีที่สุด ใครจะเป็นผู้ลงโทษและให้รางวัลแก่มนุษย์เมื่อถึงเวลานั้น หนทางข้างหน้าช่างคลุมเครือ อ้างว้าง และสับสน และเต็มไปด้วยความเงียบ จนบางคนอาจกำหนดเอาว่า เรานี่แหละทำถูกต้องที่สุดแล้ว ผู้ให้รางวัลและลงโทษคือตัวเรานี่เอง.......
12/1/2552
edit @ 12 Jan 2009 18:14:53 by passworld
edit @ 12 Jan 2009 18:54:11 by passworld
edit @ 12 Jan 2009 19:11:11 by passworld
edit @ 12 Jan 2009 19:31:45 by passworld
posted on 08 Jan 2009 21:20 by passworld
สวัสดีครับเพื่อนเพื่อน exteen
วันนี้มีเรื่องเล่าเมื่อครั้งเก่าก่อน สัตว์ประหลาดที่เป็นเพียงนิยายหรือตำนานนั้น ครั้งหนึ่งเคยมีชิวิต อยู่จริงหรือไม่ นั่นคือมังกร (dragon) เพื่อนคงเคยได้ฟังเพลงฝรั่งเพลงหนึ่ง puff the magic dragon เป็นเพลงเก่าที่ฟังแล้วเพลินจริง ๆ มังกร ตามตำนานกล่าวว่าเป็นสัตว์อาศัยอยู่ในทะเลเป็นส่วนใหญ่ ในบางประเทศแถบยุโรป ในธงชาติของประเทศแถบยุโรปบางประเทศจะมีรูปภาพมังกรเป็นส่วนประกอบ ซึ่งอาจจะหมายความว่ามีมังกรอยู่ในยุคนั้น คือยุคอัศวินซึ่งสามารถปราบมังกรได้ แม้แต่ประเทศจีนปัจจุบันยังมีการแห่มังกรทุกปีซึ่งกล่าวว่ามังกรเป็นสัญญลักษณ์ของความมีโชคดี
เพื่อนคงเคยอ่านเรื่องราวของสัตว์ประหลาดในทะเลสาบลอคเนส (the lochness monster) กันมาบ้างแล้ว มีข้อมูลบอกว่ามันปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนครั้งแรก ในปี ค.ศ. 565 มีลำคอยาวคล้ายงูซึ่งอาจจะ เป็นมังกรที่เรากำลังกล่าวถึงหรือไม่ ในกลุ่มดาวตามจักรราศี ก็มีกลุ่มดาวมังกร (capriconus) เป็นกลุ่มดาว ในราศีที่ 10 คือกลุ่มดาวมังกร เป็นกลุ่มดาวที่มีความสุขใสพอจะสังเกตุเห็นได้ ตามนิยายของกรีกและนักดาราศาสตร์ของอียิปต์โบราณ เรียกดาวมังกรเป็นเทพเจ้าแห่งนำ ( God of water) ถ้ามังกรครั้งหนึ่งเคยมีอยู่จริงก็คงจะมีเรื่องราวมานาน สมัยกรีก โรมัน หรืออียิปต์โบราณมาแล้ว เคยอ่านหนังสือเก่าๆเล่มหนึ่งเล่าว่า ในสมัยยุคโรมันขณะที่นักรบชาวโรมันกำลังเดินทางทางเรือเพื่อจะข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียน อยู่นั้น ได้ พบกับงูทะเลสีดำว่ายมาใต้ท้องเรือและจะพยายามจมเรือ สัตว์เหล่านี้รักและหวงลูกมาก พวกเขาต้องต่อสู้ด้วยหอกและดาบเท่าที่มีอยู่บนเรือนั้น
ถ้ามังกรครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตอยู่จริง ก็คงจะประมาณสามพันปีหรือสี่พันปีล่วงมาแล้วหรือมากกว่านั้น ทำใมเรายังไม่เคยพบ กระดูกของสัตว์เหล่านี้ หรือว่ามันจมอยู่ในท้องทะเลและได้ย่อยสลายไปจนไม่หลงเหลืออะไรอีกแล้ว ในขณะที่ปัจจุบันเราสามารถพบกระดูกของไดโนเสาร์อยู่มากมาย ซึ่งมีอายุราว 90 ล้านปี หรือ 100 ล้านปีล่วงมาแล้ว และสามารถนำกระดูกมาต่อเป็นโครงร่างจนเห็นสภาพเหมือนจริง และนำมาทำเป็นภาพยนตร์ให้เราดูได้ มังกรเป็นเพียงเรื่องเล่าหรือเป็นตำนาน แต่ก็มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ เช่น เดือน มกราคม ราศีมังกร มนุษย์ในยุคเก่าก่อนคงไม่ได้เพ้อฝันจากเรื่องเหลวไหลเพ่งมองดวงดาว แล้วนำมาแต่งแต้มเป็นนิยายให้เล่าขานกันต่อโดยไม่มีความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะผู้คนในยุคก่อนจะพูดกันเฉพาะเรื่องจริงเท่านั้น แล้วพวกเราชาว exteen ล่ะ มีความคิดเห็นเป็นเช่นไรช่วยกันโหวดหน่อย.
พบกันวันใหม่ ( see you later )
8/1/2552
edit @ 8 Jan 2009 22:51:03 by passworld
edit @ 12 Jan 2009 14:33:52 by passworld
edit @ 12 Jan 2009 15:12:03 by passworld
edit @ 12 Jan 2009 17:44:57 by passworld
edit @ 12 Jan 2009 17:51:41 by passworld
posted on 06 Jan 2009 20:09 by passworld
สวัสดีครับเพื่อนชาว exteen ทุกท่าน
ปีใหม่ผ่านไปแล้ว ปีนี้ 2552 หนึ่งปีผ่านไปมีเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปมากที่เดียว ในหลายประเทศมีผู้นำคนใหม่ ก็ถือเอาว่ามาพร้อมกับปีใหม่ก็แล้วกัน ถือว่าเรื่องใหม่คนใหม่คงไม่น่าเบื่อ Change is still change forever ครับเมื่อโอกาสอำนวยให้มันก็ต้องเปลี่ยนกันอยู่ดี สำหรับปีใหม่นี้เห็นหลายสำนักเตือนว่าให้ระวังเรื่องเศรษฐกิจ เงินทอง การค้าการขาย จะไม่ค่อยคล่องเหมือนเดิม ก็ต้องเตรียมใจเตรียมกายกันหน่อยครับ
โลกใบนี้ยิ่งในภาวะปัจจุบัน เมื่อมันล้มก็เหมื่อนกับโดมิโน ที่เอาหลังพิงกันไปตลอด แต่ก็คงเฉพาะในกลุ่มก้อนเดียวกันถ้าใครลุกขึ้นได้ก่อนก็ค่อยออกมา Join กันใหม่ แต่ว่าทุกคนคงได้บทเรียนเท่าๆกัน เพราะเรียนเศรษฐศาสตร์มาเล่มเดียวกันนี่ มนุษย์เดือดร้อนสัตว์ในสวนสัตว์หรือสัตว์เลี้ยงบางทีก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย
เฮ้อ.. ก็คนเรานี่เองที่เอาเรื่องการค้าขาย เงินทอง หรือหุ้นไปผูกโยงเข้าด้วยกัน ด้วย free trade บ้าง free money moving by stock บ้าง การลื่นไหลของเงินและการใช้วิชาสถิติในการวัดค่าต่างๆ ในการขึ้นลงของดัชนีชี้วัดก็สามารถทำกำไรได้ แต่บางครั้งมันก็สดุดขาตนเอง สิ่งที่ไม่น่าพลาดก็อาจเกิดขึ้นได้
โลกร้อน คำนี้ยิ่งทันสมัยในปีที่ผ่านมาจนสามารถฮิตออกมาเป็นเพลงได้ ก็ถือว่าถ้าช่วยกันร้องเพลงแล้วโลกจะเย็นลงก็คงจะดีครับจะได้ช่วยกันบอกต่อต่อไป อย่างน้อยอารมณ์เราก็ดีขึ้นมาบ้างคือมีความคิดในทางสร้างสรรค์ขึ้น ปัจจุบันใครมีความคิดในทางบวกถือว่าดีมากจะทำให้เพื่อนร่วมโลก และคนรอบข้างอยู่อย่างเป็นสุขและเป็นมิตร มีโอกาสก็ช่วยเหลือกัน ปัจจุบันเป็นยุค industrialisation คือยุคอุตสาหกรรม เพราะหลายคนต้องเข้าไปอยู่ในโรงงานและมีหน้าที่ตามตารางเวลาที่กำหนด ตาม order การผลิตแบบมากเกินไปก็มีส่วนทำให้โลกร้อน นักธุรกิจปัจจุบันมี CSR (Coporate social responsibility) คือทำธุรกิจแบบช่วยเหลือสังคม หรือช่วยเหลือโลกให้อยู่แบบอบอุ่นดูดีและเป็นมิตร ครับ ก็ต้องช่วยเหลือกันหน่อยแต่อย่าให้เป็นแบรนด์มากเกินไปจนจับต้องไม่ได้
โลกกับอินเทอร์เนต แหมฟังดูแล้วมันทันสมัยดีจริงกับโลกปัจจุบันเพียงแค่ a touch of finger เราก็สามารถติดต่อกับคนได้ทั้งโลก ใครจะคิดว่าเกือบทุกวินาทีมีกระแสเนต แล่นไปทั่วทุกแห่ง ครับ ความทันสมัยบางครั้งคนเรายุคปัจจุบันก็ถูกพันธนาการไว้กับอะไรหลายอย่าง ทั้งหน้าที่ การงานอาชีพที่รับผิดชอบ การแสวงหาในสิ่งที่ดีกว่า เคยถามคนสมัยเก่าก่อนเขาบอกว่าชีวิตในยุคก่อนไม่ค่อยทันสมัยแต่ไม่ทุกข์ แต่ชีวิตในยุคปัจจุบันมีความทันสมัยแล้วความทุกข์เล่ามีบ้างใหม อันนี้ผมว่าคำตอบมันอยู่ที่ทุกๆคนช่วยกันตอบหน่อย บางทีในโอกาสหน้าอาจใช้ stats ของ exteen ช่วยทำสถิติให้ด้วยก็ได้.
สวัสดีครับ วันหน้าค่อยพบกันใหม่
(see you later )
6 / 1 / 2552
edit @ 12 Jan 2009 15:11:13 by passworld
edit @ 12 Jan 2009 19:45:07 by passworld